ปราจีนบุรี – ภาพเหตุการณ์นาทีตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) สนธิกำลังตำรวจทางหลวงปราจีนบุรี-สระแก้ว และจันทบุรี สกัดจับขบวนการลักลอบขนแรงงานข้ามชาติรายใหญ่ รวบ 3 คนไทยสวมบท “รถนำ-รถขน” ซิ่งรถหรูดัดแปลงตบตาเจ้าหน้าที่ ขน 11 แรงงานกัมพูชาหวังส่งตรงเข้ากรุง สารภาพสิ้นไส้ผันตัวจากโชเฟอร์แท็กซี่ทำมานานกว่า 6 เดือน ฟันรายได้รวมนับล้านบาท เผยแรงงานยอมจ่ายหัวละกว่า 6 พัน สุดท้ายจนมุมคาถนนทางหลวง อ.สอยดาว นำตัวส่งดำเนินคดีพร้อมผลักดันออกนอกประเทศ
เมื่อเวลา 13.25 น. วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. และ พ.ต.อ.นโรตม์ ยูวบูรณ์ ผกก.3 บก.ทล. ได้สั่งการให้ชุดจับกุมจาก สถานีตำรวจทางหลวง 5 กองกำกับการ 3 (ปราจีนบุรี – สระแก้ว) นำโดย ว่าที่ พ.ต.ท.กมลภพ หาญเวช สว.ฯ และ ร.ต.ท.พานิช บุญอากาศ รอง สว.(ป.)ฯ พร้อมกำลังพล บูรณาการกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ส.ทล.4 กก.3 บก.ทล. นำโดย ร.ต.อ.พาวิณฐ์ ธชัยอดิทรัพย์ รอง สว.ฯ ร่วมกันสกัดจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาชาวไทยขบวนการนำพาจำนวน 3 ราย ประกอบด้วยนายธีรชาติ (อายุ 24 ปี) – ผู้ขับขี่รถนำสำรวจเส้นทาง นายชัชวาลย์ (อายุ 50 ปี) – ผู้ขับขี่รถขนแรงงาน และ นายดนัย (อายุ 27 ปี) – ผู้ขับขี่รถขนแรงงาน (พร้อมด้วยผู้ต้องหาชาวกัมพูชาอีกจำนวน 11 ราย)

ของกลางที่ยึดได้ในที่เกิดเหตุรถยนต์โตโยต้า อินโนวา สีน้ำตาล (รถนำ) รถยนต์อีซูซุ สีเทา (รถขน) รถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว (รถขน)โทรศัพท์มือถือที่ใช้ติดต่อสื่อสารนัดแนะอีก 7 เครื่อง จับกุมได้ที่บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 317 (กม. 61-72) ต.ปะตง อ.สอยดาว จ.จันทบุรี

สำหรับการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้รับแจ้งเบาะแสจากสายลับว่า จะมีขบวนการลักลอบขนย้ายแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายจากชายแดนจังหวัดจันทบุรี มุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยใช้เส้นทางรองผ่านจังหวัดสระแก้วและปราจีนบุรีเพื่อหลบเลี่ยงด่านตรวจหลัก

ชุดสืบสวนจึงทำการแกะรอยเชิงลึกจนพบว่าขบวนการนี้มีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน โดยรถของนายธีรชาติจะขับนำหน้าเพื่อสำรวจด่านตรวจ หากพบเส้นทางปลอดภัยจะโทรศัพท์หรือส่งสัญญาณแจ้งให้รถขนแรงงานอีก 2 คันขับตามมา

กระทั่งเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 06.00 น. เจ้าหน้าที่ได้วางกำลังซุ่มสังเกตการณ์บนถนนทางหลวงหมายเลข 317 จนพบรถเป้าหมายขับตามกันมาด้วยท่าทีต้องสงสัย จึงแสดงตัวเข้าสกัดจับกุมและนำรถทั้งหมดมาตรวจสอบอย่างละเอียดที่หน่วยบริการตำรวจทางหลวงวังทอง จ.สระแก้ว จากการตรวจค้นภายในรถคันที่ 2 และ 3 พบชาวกัมพูชาซุกซ่อนอยู่ภายในห้องโดยสารรวม 11 ราย (แยกเป็นผู้หลบหนีเข้าเมืองไม่มีเอกสาร 9 ราย และอยู่เกินกำหนด หรือ Overstay 2 ราย)

จากการสอบสวน นายชัชวาลย์ หนึ่งในผู้ต้องหาชาวไทย ให้การยอมรับสารภาพว่า อดีตตนเองมีอาชีพขับรถแท็กซี่ในกรุงเทพฯ แต่รายได้ไม่พอใช้ จึงผันตัวมาทำอาชีพเสริมรับจ้างขนแรงงานต่างด้าวเถื่อน ทำมานานกว่า 6 เดือนแล้ว โดยรอบนี้ได้ชักชวนเพื่อนร่วมขบวนการอีก 2 คนมาร่วมทีม ซึ่งจะได้รับค่าจ้างรายหัวตกรอบละ 5,000 – 9,000 บาท ต่อการวิ่งรถหนึ่งเที่ยว โดยรับงานจากนายหน้าชาวกัมพูชา ให้ไปรับแรงงานตามพิกัดสวนผลไม้ตามแนวชายแดนจันทบุรีเพื่อส่งเข้าพื้นที่ชั้นใน ซึ่งตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา ขบวนการนี้ทำรายได้ไปแล้วนับล้านบาท

ขณะที่กลุ่มแรงงานกัมพูชาให้การสอดคล้องว่า พวกตนได้ลักลอบเดินเท้าผ่านช่องทางธรรมชาติ และต้องเสียค่าใช้จ่ายให้แก่นายหน้ารายละ 4,000 – 6,500 บาท เพื่อแลกกับการพานั่งรถไปส่งหางานทำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

หลังเสร็จสิ้นการควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาคนไทยทั้ง 3 ราย ในความผิดฐาน “ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆ เพื่อให้บุคคลต่างด้าวพ้นจากการจับกุม” ส่วนชาวกัมพูชา 11 ราย ถูกแจ้งข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และอยู่ในราชอาณาจักรโดยสิ้นสุด (Overstay)” ก่อนควบคุมตัวทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.สอยดาว จ.จันทบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและประสาน ตม. เพื่อผลักดันออกนอกราชอาณาจักรต่อไป

### มานิตย์ สนับบุญ / ปราจีนบุรี ###